แต่ก่อนจะไปทดสอบกัน เรามานั่งฟังบรรยายถึงการทำงานของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ รวมถึงการใช้งานให้เข้าใจก่อน และให้สอบถามเกี่ยวกับข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวรถ
เมื่อฟังบรรยายข้อมูลจบแล้ว เราต้องมาทดสอบในสนามทดสอบการขับขี่ ที่ศูนย์ทดสอบขับรถ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3) เพื่อให้ได้ทดลองใช้ฟังก์ชั่นใหม่ต่างๆ เช่นระบบการทรงตัว การเข้าโค้งด้วยความเร็ว และการวิ่งบนสภาพพื้นผิวที่ขรุขระ ก่อนที่จะปล่อยขบวนออกไป โดยสถานที่แรกที่จะไปคือ ร้านอาหาร เอกเขนก จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อพักรับประทานอาหารกลางวัน
รับประทานอาหารกันจนอิ่มแล้วจึงเริ่มเดินสู่เส้นทางต่อไปมุ่งหน้าสู่พัทยา โดยระหว่างเส้นทางได้ทดลองใช้งาน Toyota Safety Sense ที่มีระบบการทำงานเพิ่มเติมคือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ โดยเป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่ทำงานได้ดีใช้งานได้ในสภาพการถนนจริง เพื่อความปลอดภัยผู้ขับขี่จำเป็นที่มือต้องประครองพวงมาลัยไว้เพียงเล็กน้อย ถ้าปล่อยจะมีสัญญาณเตือนขึ้นมา
จากการขับขี่มาตลอดเส้นทางนั้น สัมผัสได้ถึงพลังเครื่องยนต์ไฮบริดที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว เนื่องจากระบบไฮบริดนี้ เป็นระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 แล้วซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ให้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วงล่างทำงานได้ดี ห้องโดยสารกว้างสบาย และมีช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วย
โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มี 5 จุดขายหลัก ได้แก่
1. ด้านการออกแบบ – ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Shooting Robust” กับเส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ให้ความเพลิดเพลินและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง
2. ด้านประสิทธิภาพของการขับขี่ – สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียง และการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง
3. ระบบ ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 – ครั้งแรกกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รถยนต์รุ่นเดียวในตลาด C-Segment ที่ใส่ระบบ Full hybrid system ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ นอกเหนือจากเครื่องยนต์ไฮบริด โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้มีอัตราเร่งตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป
4. ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) อีกทั้งยังคงมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น
- ระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) โดยตัวรถมีการเสริมโครงสร้างด้านหน้า เพื่อช่วยถ่ายเทแรงในกรณีที่เกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความมั่นใจในการปกป้องผู้โดยสารรอบคัน
- Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด ที่มีระบบการทำงานเพิ่มเติมคือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range
ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่
5. ระบบการเชื่อมต่อ – สะดวกสบายไปกับ Apple CarPlay และ T-Connect Telematics เพื่อช่วยให้ไม่พลาดในทุกการเชื่อมต่อ ทุกที่ และทุกเวลา

พิเศษสำหรับลูกค้า All-New Corolla Altis
ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน
หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน
รุ่นทั้งหมด 6 รุ่น 7 สี สามารถดูได้ที่นี่ คลิ้ก!